ทางการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในสหรัฐ ประกาศมาตรการเคอร์ฟิว “ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่” ยาวนาน 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้ได้มากที่สุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ว่านายกาวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี ว่านับตั้งแต่วันเสาร์ที่ 21 พ.ย. นี้เป็นต้นไป ประชาชนใน 41 จากทั้งหมด 58 เขตของรัฐแคลิฟอร์เนีย คิดเป็นประมาณ 40 ล้านคน จะไม่สามารถออกนอกเคหสถานได้ ระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อลดกิจกรรมที่เป็นความเสี่ยงให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
 
มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 21 ธ.ค. นี้ “เป็นอย่างน้อย” หมายความว่าสามารถขยายระยะเวลาได้อีก ซึ่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า การต่อเวลาจะเกิดขึ้นหากอัตราการพบผู้ติดเชื้อรายวัน และแนวโน้มในอนาคต “ยังไม่มีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี”
 
ทั้งนี้ แคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นรัฐมีประชากรมาที่สุดในสหรัฐ ล็อกดาวน์ครั้งแรกเมื่อกลางเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา แล้วมีการผ่อนคลาย 2 ครั้ง ในเดือนพ.ค. และเดือนมิ.ย. ก่อนหวนกลับมาล็อกดาวน์เป็นครั้งที่สอง เมื่อกลางเดือนก.ค. ที่ผ่านมา แล้วค่อยผ่อนคลายเป็นระยะตามสถานการณ์
 
ปัจจุบันรัฐแคลิฟอร์เนียมีสถิติผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 อย่างน้อย 1,047,789 คน เพิ่มขึ้น 9,811 คนในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด โดยช่วงอายุของผู้ป่วยสะสมมากกว่าครึ่งอยู่ที่ระหว่าง 18 ปี ถึง 49 ปี  ส่วนสถิติสะสมของผู้เสียชีวิตมีจำนวนอย่างน้อย 18,360 คน เพิ่มขึ้น 61 คน