“ตรวจอัลตร้าซาวด์” เจาะลึกถึงสุขภาพได้ คุณเคยปวดท้องหรือเปล่า? รู้ไหมว่าอาการปวดท้องครอบคลุมอวัยวะหลายส่วนที่มีความสลับซับซ้อนและส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับตำแหน่งและอาการของการปวด ไม่ว่าจะเป็นปวดท้องน้อยแบบปวดตรงกลาง ปวดเหนือหัวเหน่า หรือท้องน้อยขวาหรือซ้าย ปวดหน้าท้องส่วนบน ปวดบ่อยๆ แต่เป็นๆ หายๆ

การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง หรืออัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) ในการตรวจอาศัยหลักการดูดซับและสะท้อนของคลื่นเสียงที่แตกต่างกัน ระหว่างอวัยวะแต่ละชนิด และระหว่างเนื้อเยื่อปกติกับเนื้อเยื่อผิดปกติ จากนั้นแปลงเป็นภาพแสดงออกมายังหน้าจอแสดงภาพ คลื่นเสียงที่ใช้สำหรับการอัลตร้าซาวด์นั้นอยู่ในช่วงความถี่สูง 1.5-15 MHz (ความถี่ที่หูคนเราได้ยินประมาณ 20-20,000 Hz) โดยคลื่นเสียงจะถูกส่งผ่านออกจากหัวตรวจไปยังตัวผู้ป่วย เมื่อกระทบกับรอยต่อระหว่างตัวกลาง 2 ชนิดที่มีความหนาแน่นต่างกัน จะเกิดการสะท้อนและการทะลุผ่านของเสียงโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อผู้ป่วย การตรวจวิธีนี้ใช้ได้ดีกับอวัยวะที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เช่น ตับ ไต ม้าม ตับอ่อน มดลูก รังไข่ และต่อมลูกหมาก เป็นต้น การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องทั้งหมดเพื่อหาความผิดปกติจากโรค หรืออวัยวะ อาทิ นิ่วในไต นิ่วในถุงน้ำดี ก้อนเนื้อในตับ ตับอ่อน ม้าม ไต ถุงน้ำดี ท่อไต ต่อมลูกหมาก มดลูก ปีกมดลูก รังไข่ กระเพาะปัสสาวะ

การตรวจช่องท้องด้วยการอัลตร้าซาวด์ จะตรวจโดยแพทย์พร้อมทราบผลในวันเดียวกัน ซึ่งผู้ป่วยต้องงดอาหาร และเครื่องดื่มที่มีไขมันทุกชนิดประมาณ 4-6 ชั่วโมงก่อนตรวจ (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้) เพราะถ้ารับประทานอาหารมา ถุงน้ำดีจะหดตัวทำให้เห็นถุงน้ำดีไม่ชัดเจน

เป็นการหาความผิดปกติของอาการกลืนลำบาก ปวดท้อง เลือดออกในช่องท้อง แผลในกระเพาะอาหาร เนื้องอก ระบบขับถ่าย เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ท้องเสียเรื้อรัง การตรวจนี้เป็นการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ปรับโค้งงอได้ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม.ที่ปลายกล้องจะมีเลนส์ขยายภาพปลายอีกข้างหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงและส่งภาพมายังจอรับภาพส่องเข้าไปในปาก ผ่านหลอดอาหารลงไปในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น

ผลตรวจแม่นยำ เพราะเทคโนโลยีช่วยให้เห็นทุกรายละเอียด
การตรวจหาความผิดปกติในกระเพาะอาหารและลำไส้ด้วยวิธีการส่องกล้อง จะทำให้เห็นเยื่อบุกระเพาะ สามารถดูการอักเสบ ดูแผล ดูเนื้องอก นอกจากนั้นยังสามารถนำชิ้นเนื้อไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง เพาะเชื้อเพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงการส่องกล้องเพื่อรักษาอาการเลือดออกทางเดินอาหาร